ความปลอดภัยของคาร์ซีท

ถึงแม้จะมีข่าวออกมาบ้างว่าคาร์ซีทบางยี่ห้ออาจใช้ไม่ได้ผล แต่เมื่อมองภาพรวมคาร์ซีทก็ยังมีประโยชน์อยู่ดี โดยข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาเผยว่า อัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำว่า 12 ปีขณะอยู่ในรถมีอัตราลดลงถึง 43% จากปี 2002 ถึงปี 2011 เพราะคุณพ่อคุณแม่ติดตั้งคาร์ซีทให้ลูก อีกทั้งได้มีการปรับปรุงพัฒนาความปลอดภัย ใน 5 ด้าน ดังนี้

  1. 1. คาร์ซีทแบบนั่งหันเข้าหาเบาะหลัง

เพราะมีหลักฐานมากมายพิสูจน์แล้วว่า การนั่งคาร์ซีทแบบหันเข้าหาเบาะหลัง มีความปลอดภัยกว่าการหันหน้าออก แต่ถึงจะดีอย่างไรพ่อแม่ก็มักจะเลือกใช้แบบหันหน้าออกมากกว่า ดังนั้นหน่วยงานด้านความปลอดภัยต่าง ๆ จึงเน้นย้ำอยู่เสมอให้ วางคาร์ซีทหันเข้าหาเบาะหลังอย่างน้อยจนกว่าลูกน้อยจะได้อายุ 2 ขวบ

  1. 2. คาร์ซีทแบบปรับหันได้ทั้ง 2 ทิศ

และเพื่อให้สอดคล้องกับความปลอดภัยในข้อแรกจึงได้มีการคิดผลิตคาร์ซีทแบบหันได้ 2 ทิศทางขึ้นมา เพื่อเมื่อเด็กโตเกิน 2 ขวบจะได้หันมาด้านหน้าได้นั่นเอง

  1. 3. ตัวยึดเบาะ

ขณะนี้ได้มีการจำกัดน้ำหนักสูงสุดที่ตัวยึดเบาะด้านล่างรถที่สามารถรองรับได้แล้ว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากตัวยึดเบาะรับน้ำหนักไม่ไหว ซึ่งโดยรวมแล้วต้องไม่เกิน 29.5 กิโลกรัม

  1. 4. สายยึดด้านบน

เนื่องจากมีผลสำรวจออกมาว่า พ่อแม่มักจะลืมหรือไม่ใส่ใจผูกสายยึดด้านบนของคาร์ซีทแบบหันหน้าออก ซึ่งมีจำนวนมากถึง 50% เท่านั้น ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบให้ดีเพื่อจะได้ลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับลูกได้

  1. 5. การทดสอบคาร์ซีทแบบใหม่

เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงมากขึ้น จึงได้มีการทดสอบคาร์ซีทเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันทั้งภายในรถบนท้องถนน รวมถึงรูปแบบอุบัติเหตุรถชนที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ

เมื่อเป็นแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ก็คงอุ่นใจในคาร์ซีทมากขึ้น..

 

 

เปลไกวอัตโนมัติออกแบบมาเพื่อลูกน้อยของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นเปลไกวชนิดใด  แต่การใช้เปลไกวไฟฟ้า ที่เป็นระบบแกว่งอัตโนมัติ  ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกน้อยของคุณได้นอนหลับอย่างสนิท โดยมีฟังก์ชั่นต่างๆ สำหรับลูกน้อย โดยคุณแม่สามารถเลือกการใช้งานให้เหมาะสม ว่าการมีฟังก์ชั่นเยอะเกินไป เหมาะสำหรับลูกน้อยหรือไม่ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่จำเป็นมากเพราะเพียงแค่การแกว่งของเปลไกวไฟฟ้า ก็สามารถทำให้ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทอย่างยาวนานแล้ว

 

เปลไกวไฟฟ้าเพื่อการแกว่งที่นุ่มนวล

ไม่ว่าจะเป็นเปลไกวไฟฟ้ายี่ห้อใดก็ตาม จุดประสงค์ที่เหมือนกันก็คือการแกว่งไกวที่นุ่มนวล และมีจังหวะในการแกว่งแบบเร็วสลับกับจังหวะช้า โดยที่ไม่เป็นการแกว่งที่แรงจนเกินไปและไม่มีการกระชากให้สะดุด เพราะเป็นการใช้ระบบไฟฟ้าซึ่งจะทำให้การนอนหลับสนิทของลูกคุณได้นอนเปลไกวไฟฟ้า ซึ่งจะมีการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย และยังรวมถึงอารมณ์  จิตใจ เมื่อตื่นขึ้นมาทำให้อารมณ์ดี เพราะได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม

 

เปลไกวไฟฟ้าช่วยให้ลูกน้อยอารมณ์ดี

การที่ลูกน้อยได้นอนเปลไกวไฟฟ้า จะทำให้เกิดการนอนหลับสนิท ซึ่งจะทำให้เด็กจะหลั่งโกรธฮอร์โมน และทำให้เจริญเติบโตเร็ว  ซึ่งเปลไกวไฟฟ้าบางยี่ห้อจะมีฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อเปิดให้ลูกน้อยให้เพลิดเพลินก่อนจะนอนหลับ เพื่อให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม  เมื่อเด็กนอนหลับอย่างเต็มอิ่มก็จะทำให้ตื่นมา ไม่งอแง สดชื่น และเป็นเด็กอารมณ์ดี  ซึ่งการนอนเปลไกวไฟฟ้า ยังช่วยทำให้มีผลต่อการทรงและเพื่อให้เด็กนอนหลังตรงป้องกันสันหลังคดอีกด้วย

 

เลือกคาร์ซีทอย่างไรให้ถูกใจเป็นที่สุด

คุณแม่หลายคนก็คิดมากในการเลือกคาร์ซีท บ้างก็บอกว่าจะเลือกคาร์ซีทมาใช้งานก็กลัวว่าลูกจะไม่ชอบ เรื่องแบบนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเด็กนั้น อยู่ในวัยที่เวลาที่เราหยิบยื่นอะไรให้กับเด็ก เด็กก็จะชอบทั้งนั้นยิ่งเราเล่นกับเด็กไปด้วย เด็กก็จะรู้สึกว่าของชิ้นนั้นเป็นของพิเศษ และคาร์ซีทก็เช่นกัน ถ้าคุณเลือกของที่ดีแล้วเด็กก็ต้องชอบอย่างแน่นอน

ดังนั้นการเลือกคาร์ซีทก็ไม่ได้มีข้อยากในการเลือกแต่อย่างใด เพียงแค่คุณจะต้องเลือกในแบบที่ถูกใจคุณเป็นหลัก และต้องไม่ขัดใจพ่อบ้านกันด้วย อย่างเช่น ลูกของคุณเป็นผู้ชายก็อาจจะเลือกคาร์ซีทลายสีน้ำเงินหรือสีแดงที่บ่งบอกว่าเป็นชายเต็มตัว แล้วอาจจะตามมาด้วยลายที่ดูแล้วน่ารักไม่ดูแข็งกระด้างเกินไปก็ได้ ก็จะได้ของที่ถูกใจทั้งคุณพ่อและคุณแม่กันไปเลย เลือกไม่อยากหรือ ถ้าลูกของคุณเป็นลูกสาว แต่ถ้าเลือกสีชมพูมากไปคุณพ่ออาจจะเขินก็ได้ อาจจะเลือกเป็นสีฟ้าแล้วตามด้วยของตกแต่งคาร์ซีทที่น่ารัก อย่างตุ๊กตาตัวเล็กๆ ประดับไปด้วยก็ได้เช่นกัน จัดว่าน่ารักไม่ซ้ำใคร

การเลือกคาร์ซีทก็ต้องเน้นความชอบของคุณพ่อคุณแม่เป็นหลัก เลือกในแบบที่ใช้งานได้ดีและทนทานตามไปด้วยสีสันที่พอใจทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ของแบบนี้เป็นสิ่งที่สามารถเลือกร่วมกันและใช้ร่วมกันได้ ไม่มีข้อบังคับแต่อย่างใด คุณแม่ชอบใจ คุณพ่อชอบใจ คุณลูกก็ชอบใจด้วยเช่นกัน

ข้อดีของการห่อตัวเด็กก่อนปล่อยลงนอนเปลไกวไฟฟ้า

ถ้าหากพ่อแม่วางใจที่จะใช้เปลไกวไฟฟ้าในการกล่อมให้ลูกนอนสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ไม่ควรลืมทำอย่างยิ่งเมื่อลูกยังเล็กๆ นั้นคือการห่อตัวลูกก่อนที่จะปล่อยให้นอนลงในเปลไกวไฟฟ้า ศิลปะการห่อตัวลูกเป็นศาสตร์สำคัญอย่างหนึ่งที่พ่อแม่ควรเรียนรู้วิธีห่อตัวให้เป็นจากคุณพยาบาลก่อนพาลูกกลับบ้านและไม่ลืมที่จะห่อตัวให้ลูกน้อยทุกครั้งก่อนนำไปนอนบนเปลหรือเปลที่ติดตั้งเปลไกวไฟฟ้าซึ่งข้อดีของการห่อตัวลูกน้อยก่อนวางในเปลไกวไฟฟ้ามีดังนี้

1.การห่อตัวลูกก่อนปล่อยให้นอนในเปลไกวไฟฟ้าช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัย

ก่อนปล่อยลูกน้อยลงนอนในเปลไกวไฟฟ้าการห่อตัวให้ลูกก็เหมือนกับการให้ความคุ้นเคยกับลูกน้อยที่เคยชินกับการที่อยู่ในที่แคบๆเหมือนมดลูกของคุณแม่ก่อนที่เค้าจะคลอดออกมา  ช่วยให้ลูกรู้สึกมีความอุ่นใจไม่เคว้งคว้าง การห่อตัวก่อนที่จะวางน้องลงในเปลไกวไฟฟ้าก็จะช่วยให้น้องร้องไห้น้อยลงและหลับง่ายขึ้น

2.การห่อตัวก่อนเด็กก่อนนอนในเปลไกวไฟฟ้าเป็นการรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น

การห่อตัวลูกน้อยก่อนปล่อยให้นอนในเปลไกวไฟฟ้านั้นสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในเวลาที่อากาศหนาวๆ หรือสำคัญอย่างมากเป็นพิเศษสำหรับเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดการห่อตัวให้อบอุ่นก่อนจะนอนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

3.การห่อตัวช่วยลดอาการผวาง่ายของทารกแรกเกิด

การห่อตัวก่อนที่จะวางน้องนอนลงในเปลไกวไฟฟ้า ช่วยป้องกันไม่ให้ต้องเสี่ยงกับท่านอนคว่ำ และช่วยลดการผวาให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี ในทางการแพทย์เตือนและแนะนำว่า ไม่ควรให้ลูกนอนคว่ำเวลาที่ไม่มีใครคอยดูแลการปล่อยเด็กไว้ในเปลไกวไฟฟ้าก็เช่นกันไม่ควรปล่อยน้องทิ้งไว้โดยขาดผู้ดูแลนะคะ

คาร์ซีทเวลาเกิดอุบัติเหตุช่วยเหลืออะไรเราได้บ้าง

คาร์ซีทคือเบาะนั่งเด็กที่จัดว่าจำเป็นสำหรับทุกครอบครัวเป็นที่สุด แล้วรู้หรือไม่ว่าคาร์ซีทมีประโยชน์อะไรให้กับเราได้บ้าง หรือมีประโยชน์อะไรกับผู้ที่ใช้หรือเด็กกันบ้าง อย่างเช่นในกรณีที่ต้องเกิดอุบัติเหตุจริงๆ หลายคนก็คงไม่อยากให้เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น แต่ก็จำเป็นจะต้องรู้ไว้บ้างว่าคาร์ซีทช่วยเหลืออะไรกับเราได้บ้าง

เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุคาร์ซีทช่วยเหลือลูกน้อยได้ถึง 3 อย่าง

1.ป้องกันหลัง

หลังคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เวลาที่เด็กนั่งที่คาร์ซีทจะมีสายรัดให้พอดีกับเบาะที่นั่งทางด้านหลัง และเมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ เบาะที่นั่งของคาร์ซีทจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บบริเวณหลังได้อย่างดี เพราะเบาะที่นั่งรับแรกกระแทกได้

2.ป้องกันศีรษะ

คาร์ซีทจะมีส่วนที่ป้องกันศีรษะได้เป็นอย่างดีด้วยข้างของคาร์ซีทที่ป้องกันแรงสะบัดเวลาที่จะต้องเจอกับแรงกระแทกอย่างแรงหรือต้องเจอกับแรงเหวี่ยง

3.ป้องกันการหลุดออกจากเบาะ

หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ผู้ที่ไม่ได้รัดเข็ดขัดเวลาที่นั่งรถ จะหลุดออกมานอกรถแล้วก็เกิดอาการบาดเจ็บสาหัส หรือไม่ก็อาจจะถึงแก่ชีวิตแต่ถ้าเด็กได้นั่งที่คาร์ซีทก็จะหมดปัญหาเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน ด้วยความแข็งแรงและทนทานทำให้เด็กจึงนั่งได้อย่างปลอดภัย

คาร์ซีทจึงเป็นเกราะป้องกันอันตรายสำหรับลูกน้อยได้อย่างดีที่สุด สำหรับครอบครัวที่ยังไม่มีไว้สำหรับใช้งานก็ควรหามาใช้งานกันได้แล้ว เพื่อความสบายของทุกคนในครอบครัว และเพื่อความสะดวกทุกการเดินทางกันด้วย

คาร์ซีทแบบที่เป็นเบาะกำมะหยี่มีหรือไม่ จะได้เข้ากับตัวรถ

คุณพ่อบ้านหลายคนก็เป็นคนที่รักรถพอๆ กับรักครอบครัว เรียกว่าดูแลครอบครัวดีอย่างไรก็ดูแลรถแบบนั้น และเมื่อต้องมองหาคาร์ซีทเพื่อใช้งานก็อยากจะได้คาร์ซีทแบบที่เป็นเบาะกำมะหยี่มีหรือไม่ เพราะจะได้เข้ากับตัวเบาะรถที่รักของคุณพ่อกันด้วย ของแบบนี้หาไม่ยาก และมีทุกรุ่นทุกแบบอยู่แล้ว

คาร์ซีมมีเบาะหลายอย่างให้เลือกใช้งานกันอย่างเช่น

1.เบาแบบกำมะหยี่

เบาะคาร์ซีทแบบกำมะหยี่จัดว่าเป็นเบาะที่คุณพ่อบ้านชอบเป็นอย่างมก เบาะแบบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในคาร์ซีทสำหรับเด็กโตสักหน่อย เพราะเด็กที่พอจะรู้วิธีการนั่งรถแล้วก็จะสามารถบอกกล่าวการใช้คาร์ซีทกันได้ และมีการระวังเบาะเปื้อนมากว่าเด็กเล็ก

2.เบาะแบบที่คล้ายกับเบาะนอนเด็ก

เบาะคาร์ซีทแบบที่คล้ายกับเบาะนอนเด็กก็มีบริการให้เช่นกัน เบาะลักษณะแบบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้กับเด็กที่ยังเล็กอยู่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ว่าจะเปื้อนจากขนมนมเนย หรือเด็กทำนกหกก็ถอดออกมาทำความสะอาดได้ตลอดเวลา แบบนี้ก็เป็นที่ชื่นชอบของคุณแม่ไม่น้อย

คาร์ซีทมีเบาะหลายแบบให้เลือกใช้งานกัน ไม่คุณพ่อจะชอบแบบไหนก็ลองมาเลือกคาร์ซีทในแบบที่ต้องการกันได้ หรือจะเลือกสัก 2 ชิ้นสำหรับรถคุณแม่และแยกสำหรับรถคุณพ่อก็ได้เช่นกัน เด็กที่นั่งก็จะไม่เบื่อกันด้วย เรียกว่าให้ความรู้สึกแตกต่างทุกการเดินทางกันไปเลย

เปลไกวไฟฟ้าช่วยประหยัดงบการจ้างพี่เลี้ยง

คุณแม่ยุคดิจิตอลหลายๆ คนตัดสินใจหาผู้ช่วย อย่างเปลไกวไฟฟ้า จากการที่ยอมลงทุนควักกระเป๋าจ่ายเพียงครั้งเดียว แบบไม่เสียดาย แต่สามารถช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสนิทตลอดคืน และช่วงกลางวัน หรือเวลานอน ทำให้ไม่ต้องกวนใจคุณแม่ ซึ่งส่งผลต่อคุณแม่ในการทำงานบ้าน หรือกิจกรรมอื่นๆ แม้แต่การดูแลตัวองไม่ให้โทรม ก็จัดการได้อย่างไม่ต้องกังวลเลยทีเดียว แถมไม่ต้องเสียเงินจ้างพี่เลี้ยงมาคอยดูแลลูกน้อยอีกด้วย

 

เพราะเปลไกวไฟฟ้าทำให้มีเวลาเหลือเฟือ

เพราะคุณแม่มือใหม่ ที่ต้องยอมออกจากงานมา เพื่อมาเลี้ยงลูกอย่างเต็มตัว ทำให้ต้องหารายได้เสริม หรือค้าขายทางออนไลน์ ซึ่งทำให้มีเวลาดูแลลูกน้อยอยู่บ้าง  และยิ่งอุ่นใจเมื่อได้ผู้ช่วยแสนดีอย่างเปลไกวไฟฟ้า  ที่คอยแกว่งไกวด้วยระบบอัตโนมัติ จึงทำให้ คุณแม่สามารถจัดการงานบ้าน  และทำกับข้าวรอคุณพ่อบ้านได้แบบชิลๆ โดยที่สามารถปล่อยให้ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทอยู่บนเปล อย่างเต็มตัว

 

เปลไกวไฟฟ้าคุ้มค่าฝุดๆ

ข้อดีของเปลไกวไฟฟ้าคือ มีการทำงานเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถตั้งเวลาได้ มีระบบไกวอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมาก ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยได้นอนหลับบนเปลไกวไฟฟ้าที่มีระบบแกว่งอัตโนมัติ  และยังสามารถช่วยทำให้คุณแม่ได้ทำงานบ้าน หรือกิจกรรมอย่างอื่น ในช่วงเวลาที่ลูกได้หลับแบบไม่ต้องมีลูกน้อยร้องไห้เสียงดังกวนใจอีกด้วยจึงส่งผลทำให้คุณแม่มีเวลาเหลือที่จะทำกิจกรรมอื่นได้แบบชิลๆ

นั่งคาร์ซีทให้ปลอดภัยด้วยการนั่งแบบหันหลัง

“การหันหน้าคาร์ซีทไปด้านหลังรถช่วยลดความเสี่ยงให้ลูกรัก” ข้อมูลนี้สร้างความใจใหม่ให้กับบรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย เราะหลายคนอาจเคยใช้คาร์ซีทแบบผิดวิธี

ข้อมูลจากงานวิจัยในประเทศอังกฤษพบว่าเราควรให้ลูกนั่งคาร์ซีทแบบหันหลังตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 4 ขวบ จะปลอดภัยกว่า โดยผลจากการศึกษาพบอีกว่าในอุบัติเหตุแต่ละครั้งที่มีเด็กเสียชีวิตส่วนหนึ่งมาจากตำแหน่งที่นั่งในรถ เมื่อทำการทดสอบแรงปะทะ เด็กจะได้การบาดเจ็บบริเวณต้นคอ เส้นประสาท กระดูกสันหลัง ไปจนถึงการเสียชีวิต เมื่อนั่งหันหน้าไปทิศทางเดียวกับคนขับมากกว่าการหันหน้าไปด้านหลังรถ หลายประเทศจึงมีคำแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้คาร์ซีทโดยให้ลูกหันหน้าไปทางด้านหลังจนกว่าเด็กจะอายุถึง 4 ขวบ อย่างเช่นในสวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เป็นต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการนั่งหันหน้าไปทางด้านรถนั้นไปไม่ปลอดภัย เพียงแต่ในช่วงวัยดังกล่าวการหันหลังอาจจะปลอดภัยมากกว่า ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและติดตั้งคาร์ซีทได้อย่างถูกวิธีมากยิ่งขึ้น

เมื่อพูดถึงการเดินทางโดยรถยนต์แล้ว ความปลอดภัยของลูกน้อยถือเป็นสิ่งสำคัญหลักๆ เลยทีเดียว ดังนั้นการเลือกใช้งานคาร์ชีท จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัยตลอดการเดินทาง แต่ทั้งนี้คาร์ชีทจะมีหลายแบบให้เลือกใช้ด้วยกัน ซึ่งถ้าให้ดีเราขอแนะนำให้เลือกแบบนั่งหันหลังจะดีที่สุด เพราะปลอดภัยมากกว่าคาร์ชีทแบบนั่งหันหน้านั่นเอง แต่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับช่วงวัยของลูกน้อยด้วย

แค่มีเปลไกวไฟฟ้าเวลาก็เหลือใช้

 

 

การใช้เปลไกวไฟฟ้าที่เป็นระบบอัตโนมัติ  นอกจากจะทำให้ลูกน้อยของคุณหลับสนิทอย่างยาวนานแล้ว ยังทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้นอนหลับเต็มอิ่ม โดยที่ไม่ต้องหลับๆ ตื่น มาคอยแกว่งเปลลูกตลอด เพราะระบบเปลไกวไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ สามารถตั้งเวลาในการแกว่งได้ และทำให้กลายเป็นเรื่องของความสะดวกสบายได้แบบชิลๆ ทำให้เปลไกวไฟฟ้าที่มีระบบการทำงานเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณแม่มีเวลาเหลือเฟือที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นได้

 

เปลไกวไฟฟ้าระบบไกวอัตโนมัติ

ในยุคปัจจุบันถือได้ว่ามีการพัฒนาและก้าวหน้าไปมาก เพราะมีเปลไกวไฟฟ้าหลากหลายสไตล์ ที่จะทำให้คุณแม่ไม่ต้องเมื่อยแขนในการแกว่งลูกน้อย ประโยชน์ของเปลไกวไฟฟ้า คือให้ความสะดวกสบาย และรวดเร็วในการที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กหลับ คุณแม่คุณพ่อยุคใหม่ อาจจะไม่ถนัดในการเลี้ยงลูก ทำให้การใช้เปลไกวไฟฟ้า เป็นหนึ่งในตัวเลือกเสมอ เพราะมีระบบแกว่งแบบอัตโนมัติจึงช่วยทำให้การนอนหลับของลูกน้อยเป็นไปอย่างยาวนาน

 

นอนเปลไกวไฟฟ้าเหมือนอยู่ในท้องของแม่

การใช้เปลไกวไฟฟ้า ถือเป็นตัวช่วยในการกล่อมเจ้าตัวเล็กให้นอนหลับสนิทในยามค่ำคืน ซึ่งจะต่างจากการนอนเปลธรรมดาทั่วไป การนอนบนเตียงนอน ก็ยังไม่หลับสบายเท่ากับเปลไกวไฟฟ้าเปรียบเสมือนตอนที่ลูกของคุณอยู่ในท้องแม่นานถึงเก้าเดือน และมีการเคลื่อนไหวไปมาจากน้ำถุงคร่ำ ทำให้เด็กมีความเคยชินกับพฤติกรรมของการไกว ซึ่งหากใช้เปลไกวไฟฟ้า ก็จะเกิดความคุ้นเคยและหลับง่ายขึ้น

รู้ก่อนซื้อ คาร์ซีท ติดตั้งแบบ ISOFIX เป็นอย่างไร

รู้ก่อนดี…กว่าซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ เสียเงินฟรีนะคะ เพราะคาร์ซีทมี 2 ระบบการติดตั้ง คือตัวแรกใช้ระบบ Safety belt และระบบที่ 2 คือ ระบบ Isofix  เจ้าระบบ Isofix คืออะไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

Isofix คือระบบติดตั้งอีกระบบหนึ่งของคาร์ซีท ไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยเกี่ยวยึดคาร์ซีท แต่เพียงแค่ดันคาร์ซีทเข้าไปเกี่ยวกับเหล็กตะขอบริเวณเบาะก็สามารถติดตั้งได้เลย ซึ่งระบบนี้เป็นที่นิยมในฝั่งยุโรป  อเมริกา รถในแถบนั้นจะต้องมีมาตรฐาน Isofix อยู่  คราวนี้มาดูบ้านเรากันบ้างว่ารถของเรานั้นรองรับการใช้งานด้วยคาร์ซีทระบบ Isofix หรือไม่ มีข้อสังเกตง่าย ๆ 2 ข้อเท่านั้น

  1. สังเกตบริเวณเบาะหลังที่เราจะติดตั้งคาร์ซีท รถบางรุ่นจะมีป้ายแท็กผ้าเล็กๆอยู่บริเวณเบาะ เพื่อบอกว่ามีระบบ Isofix อยู่ แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะมีกับรถทุกคันนะ เพราะฉะนั้นจึงควรสำรวจให้ดีก่อนซื้อ ว่ารถของคุณสามารถใช้คาร์ซีทที่ติดตั้งแบบนี้ได้หรือเปล่านั่นเอง
  2. บริเวณเบาะหลังนั้นมีเหล็กตะขอสี่เหลี่ยมผืนผ้ายื่นออกมาหรือไม่ ถ้ามีแปลว่ารถของคุณรองรับระบบ Isofix

ระบบนี้เหมาะและสะดวกสำหรับคนที่เคลื่อนย้ายคาร์ซีทบ่อยเพราะไม่ต้องวุ่นวายกับตัวเข็มขัดนิรภัย และหากไม่เข้าใจวิธีการติดตั้งควรสอบถามผู้ขายอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัย หรืออาจจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาติดตั้งให้ก็ได้ อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มสักนิด แต่ก็คิดว่าเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยล่ะนะ